สถานการณ์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียง เป็นสถานการณ์ที่สร้างความลำบากใจให้กับผู้ดูแลและตัวผู้ป่วยเอง การเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตเหมือนเคยทำให้มากเท่าที่สุดเท่าที่จะทำได้จึงเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้จะกล่าวถึงสิ่งที่ควรรู้และสิ่งที่ควรระวังเพื่อเข้าใจในตัวผู้ป่วยมากขึ้น วิธีจัดสภาพแวดล้อม รวมถึงวิธีดูแลจิตใจเบื้องต้นของผู้ดูแล แล้วคุณจะพบว่าเมื่อเตรียมตัวให้พร้อมการดูแลผู้ป่วยก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ

 

-เตรียมความพร้อมเมื่อต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ(h2)

-วิธีจัดสภาพแวดล้อมสำหรับผู้ป่วยติดเตียง(h2)

-การดูแลจิตใจตัวเองเบื้องต้น(h2)



เตรียมความพร้อมเมื่อต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ

ทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลง

ด้านร่างกาย

เมื่ออายุมากขึ้นเซลล์ต่างๆของอวัยวะสำคัญจะเสื่อมสภาพ และผลิตใหม่น้อยลง โดยเฉพาะเซลล์สมองทำให้เกิดการหลงลืม คอลาเจนใต้ผิวหนังน้อยลงทำให้ผิวหนังเปราะบาง เกิดแผลได้ง่าย รวมถึงเซลล์กระดูกที่เสื่อม เมื่อเกิดอุบัติเหตุหกล้มจึงเป็นเรื่องอันตราย และเกิดการขาดน้ำได้ง่ายเพราะแร่ธาตุและวิตามินในร่างกายน้อยลงจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรระวัง การรับประทานอาหารให้เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการจึงเป็นเรื่องจำเป็นต่อการฟื้นฟูร่างกายโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง

อาหารให้ครบ

ด้านจิตใจ

การไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนเคย ทำให้ผู้สูงอายุกังวลมากขึ้น เกิดความรู้สึกแปลกแยกส่งผลให้พฤติกรรมไม่เหมือนเดิมซึ่งจะแสดงออกในรูปแบบพฤติกรรมต่างๆ เช่น สับสน กระวนกระวาย ขี้เหงา ขี้สงสัย ดื้อดึงเอาแต่ใจ ชอบตำหนิ จ้องจับผิด ซึมเศร้า ท้อแท้ในการใช้ชีวิต เพราะต้องการเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้าง เราจึงควรไม่ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกแปลกแยกและกังวล เพราะเมื่อผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอและไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดการด้อยค่าตนเอง จนไม่ยอมทำอะไรด้วยตนเองและขอความช่วยเหลือตลอดเวลา ในที่สุดกล้ามเนื้อจะลีบจนไม่สามารถทำอะไรได้จริงๆ ผู้ดูแลก็จะเหนื่อยมากขึ้น

 

อ่านดูแล

ยื่นมือไปช่วยเฉพาะเรื่องที่ทำไม่ได้เท่านั้น

การยื่นมือเข้าไปช่วยทุกเรื่องจะทำให้ร่างกายของผู้ป่วยอ่อนแอลง ดังนั้นควรเริ่มจากการสังเกตพฤติกรรมว่าทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ หากทำได้แม้จะยังช้าก็ควรเปิดโอกาสให้ได้ใช้ร่างกายตามปกติ แต่หากใช้เวลานานแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้ ผู้ดูแลควรรีบเข้าไปช่วยเหลือทันทีเพื่อถนอมความรู้สึกของผู้ป่วย

ใช้คำพูดและการดูแลอย่างอ่อนโยน

พูดช้าๆเข้าใจง่าย ขอความช่วยเหลือมากกว่าสั่งอย่างเดียวและบอกกล่าวให้รู้ตัวก่อนว่าจะทำอะไร เพื่ออะไร  จะทำให้ผู้สูงอายุให้ความร่วมมือโดยง่าย รวมถึงปฎิบัติดูแลด้วยความสุภาพอ่อนโยน เช่นประคองตัวจับตัวอย่างระมัดระวัง เพราะผู้สูงอายุผิวหนังเปาะบางเกิดรอยช้ำบาดแผลง่าย จะช่วยให้ลดการบาดเจ็บและความกังวลของผู้ป่วยได้

ใช้อุปกรณ์เป็นตัวช่วยเคลื่อนย้ายให้สะดวกขึ้น

ถึงทำตามวิธีเคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วยอย่างถูกต้อง แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นที่อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บทั้งผู้ดูแลและตัวผู้ป่วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนย้ายหรือผู้ป่วยเพิ่มให้เหมาะตามสถานการณ์ อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วยเช่น ผ้ายกตัวผู้ป่วย เข็มขัดช่วยพยุงตัว เป็นต้น

อย่ามัวแต่กังวลเรื่องความปลอดภัยจนความสุขหายไป

ผู้ดูแลบางคนเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยจนควบคุมชีวิตของเขามากจนเกินไป ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนถูกกักขังและไม่ได้รับอิสระ ทำให้อึดอัดและไม่มีความสุข ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญแต่ควรคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ป่วยด้วย

ระวังเรื่องภาวะแทรกซ้อน

เมื่อติดเตียงเป็นเวลานานก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้และหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมผู้ป่วยอาจติดเชื้อจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นเราจึงควรระมัดระวังไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เพื่อลดความเสี่ยงต่ออันตรายต่างๆที่จะเกิดขึ้นมาในภายหลัง ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยติดเตียงเช่น ภาวะสำลักน้ำ อาหาร น้ำลาย ภาวะแผลกดทับ ภาวะกล้ามเนื้อลีบ แขนขาอ่อนแรง ข้อยึดจากการนอนนาน เป็นต้น





.

วิธีจัดสภาพแวดล้อมสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

สภาพแวดล้อมของผู้ป่วยติดเตียงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นฟูผู้ป่วยติดเตียงเป็นอย่างมาก ผู้ดูแลจึงควรจัดสภาพแวดล้อมให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รักษาความสะอาดอยู่เสมอ

 

การจัดห้องนอน

การจัดห้องนอนให้ผู้ป่วยติดเตียงควรจัดให้อยู่ชั้นล่างสุดของบ้าน อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนอบอ้าว ทำความสะอาดปัดฝุ่นอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการเก็บของที่ไม่จำเป็นไว้ในห้องนอน

การจัดห้องน้ำ

ควรเลือกโถส่วมแบบนั่งราบ มีราวจับใกล้ๆโถส้วม แบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน เลือกพื้นห้องน้ำที่ไม่ลื่น อากาศถ่ายสะดวก มีแสงสว่างที่เพียงพอ

การจัดส่วนอื่นๆของบ้าน

ระวังเรื่องความลื่นของพื้น หลีกเลี่ยงพื้นต่างระดับ ไม่ควรวางของกีดขวางประตู 

การดูแลจิตใจตัวเองเบื้องต้น

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงเป็นหน้าที่ที่ต้องใช้พลังกายและพลังใจเป็นอย่างมาก ผู้ดูแลจึงเกิดความเครียด อ่อนล้าได้ง่ายหากไม่ได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการดูแลลดลง

รู้ทันอารมณ์ของตนเองอยู่เสมอ 

หากรู้สึกว่าตนเองเครียดเป็นสิ่งที่ดีเพราะการเครียดไม่รู้ตัวจะเกิดเป็นปัญหาสะสมได้มากกว่า การสำรวจอารมณ์ตนเองอยู่เสมอเพื่อรู้ทันอารมณ์ตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

เมื่อรู้ทันอารมณ์ของตนเองแล้ว ควรยอมรับสิ่งที่ตนทำได้และทำไม่ได้ไม่ควรแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว หากเกินกำลังควรขอความช่วยเหลือจากผู้คนรอบข้างหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

มีเวลาให้กับตนเองบ้าง

การฝากให้ผู้อื่นหรือศูนย์ดูแลช่วยดูแลผู้ป่วยเป็นบางครั้งไม่ได้เป็นการละทิ้งหน้าที่เพราะการผ่อนคลายจากการดูแลผู้ป่วยเป็นเวลานาน เพื่อฟื้นฟูจิตใจของตนเองให้กลับมามีกำลังใจในการดูแลต่อไป เป็นสิ่งที่ควรทำเพราะเมื่อเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักจนเกินไปจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการดูแลลดลง 

ดูแลตนเองออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ

เมื่อดูแลผู้ป่วยแล้วจึงไม่ควรละเลยการดูแลตนเองการพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สามารถรับมือกับการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ลดความเครียดจากการเหนื่อยล้าในการทำงานได้

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

พวกเราใช้ Cookies
ELGO ให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัว เราจะทำงานอย่างดีที่สุดเพื่อรักษาความลับ และควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ปลอดภัย คลิกเพื่ออ่านนโยบายคุกกี้